Loading...

ทุกคนบอก “ขายอาหารเสริมแล้วรวย” — ทำไมคนส่วนใหญ่ยังจนอยู่

วงการอาหารเสริมมันไม่ได้ชนะกันที่ “ของดี” อย่างเดียว
มันชนะกันที่ 3 อย่าง:

  1. ความน่าเชื่อถือ (Trust)
  2. การกระจายสินค้า (Distribution)
  3. ตัวเลขกำไรจริง (Unit economics)

คนส่วนใหญ่เริ่มแบรนด์แบบนี้:
ทำโลโก้ก่อน → ทำแพ็กก่อน → สต๊อกก่อน → ยิงแอดก่อน → แล้วค่อยหวังว่ายอดจะมา

แต่เจ้าของแบรนด์ที่โตจริง เริ่มแบบนี้:
เลือกตลาด → ปั้นข้อเสนอ → พิสูจน์การขาย → คุมตัวเลข → สร้างระบบให้ซื้อซ้ำ


ความเข้าใจผิดที่ทำให้แบรนด์อาหารเสริม “เหนื่อยแต่ไม่รวย”

1) คิดว่า “สูตรดี” = “ขายได้”

สูตรดีคือ “ขั้นต่ำ” ครับ ไม่ใช่ “ข้อได้เปรียบ”
ลูกค้าซื้อเพราะ “เชื่อ” มากกว่าที่ “รู้ว่าอะไรอยู่ในสูตร”

สิ่งที่ทำให้เชื่อคือ: รีวิวจริง, ภาพลักษณ์แบรนด์, ความสม่ำเสมอของคอนเทนต์, ความโปร่งใส, และการสื่อสารที่ไม่โอเวอร์

2) ทำแบรนด์แบบ “อยากขายทุกคน”

อาหารเสริมยิ่งกว้างยิ่งตาย เพราะแข่งกับทุกคนในตลาด
ต้อง “แคบให้ชัด” ก่อน แล้วค่อยขยายทีหลัง

3) โฟกัสแต่ยอดขาย แต่ไม่โฟกัส “กำไรต่อออเดอร์”

ยอดปังแต่กำไรหาย = ทำงานฟรี
โดยเฉพาะสายยิงแอด ถ้าไม่คุมตัวเลข คุณจะถูกแพลตฟอร์ม “เก็บค่าเรียน” ทุกวัน


5 ขั้นเริ่มขายอาหารเสริมแบบเจ้าของแบรนด์ (ไม่มโน ไม่เผาเงิน)

1) ฆ่าความเพ้อฝัน: “อาหารเสริมไม่ใช่สินค้า—มันคือความเชื่อ”

คุณไม่ได้ขายแคปซูล/ผง/ซอง
คุณขาย “ความมั่นใจ” ว่าลูกค้ากินแล้วรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูก

ดังนั้นสิ่งที่ต้องมีตั้งแต่วันแรก:

  • จุดยืนแบรนด์ชัด (เราเป็นใคร / ไม่เป็นใคร)
  • เรื่องเล่า (Story) ที่ไม่เฟค
  • หลักฐานความน่าเชื่อถือ (Proof) ที่ “ตรวจสอบได้”

ถ้าคุณยังไม่มี Proof อย่าพึ่งทำใหญ่ ให้ทำ “รอบทดสอบ” ก่อน


2) เลือก “ลูกค้า” ให้ชัด ก่อนเลือก “สูตร”

ให้ตอบให้ได้ใน 1 ประโยค:

“แบรนด์นี้ช่วยใคร แก้ปัญหาอะไร และทำไมต้องเป็นเรา”

ตัวอย่าง (ยกโครง ไม่ได้ชวนเคลมเกินจริง):

  • คนทำงานนอนน้อยที่อยาก “ดูแลรูทีน” ให้สม่ำเสมอ
  • คนเริ่มออกกำลังกายที่อยาก “คุมวินัย” แบบทำได้จริง
  • คนอายุ 30+ ที่อยาก “ดูแลตัวเองระยะยาว” ไม่ใช่แก้ปัญหาด่วน

แล้วค่อยแตกเป็น:

  • 1 ฮีโร่โปรดักต์ (Hero)
  • 1 โปรดักต์เสริม (Cross-sell)
  • 1 โปรดักต์ทำซ้ำ (Repeat-friendly)

3) ทำ “ข้อเสนอ” ให้คนตัดสินใจง่าย (Offer > Product)

อาหารเสริมที่ขายดี มักขายเป็น “ระบบ” ไม่ใช่ “กระปุก”

ไอเดียข้อเสนอที่เวิร์ก:

  • ชุดเริ่มต้น 7–14 วัน (ลองก่อน ไม่เสี่ยง)
  • แพ็ก 2–3 ชิ้นราคาดี + ของแถมที่เกี่ยวข้อง
  • Subscription รายเดือน (ถ้าคอนเซ็ปต์เหมาะ)
  • โบนัส: คู่มือ/ตาราง/ไกด์ “ทำให้ทำตามได้จริง”

เป้าหมายคือ “ลดแรงต้าน” ตอนกดจ่ายเงิน


4) วางเกมช่องทาง: ไม่ใช่แค่ยิงแอด แต่ต้อง “คุมต้นทุนหาลูกค้า”

ช่องทางหลักในไทย (เลือกให้เหมาะกับสไตล์แบรนด์):

  • TikTok: ปั้นกระแสไว แต่ต้องสม่ำเสมอ + ครีเอทีฟต้องโดน
  • Facebook: สายปิดการขาย/รีมาร์เก็ตติ้ง/กลุ่มเป้าหมายชัด
  • Google Ads: คน “ตั้งใจซื้อ” แต่ต้องคุมคำโฆษณา/หน้าแลนดิ้งให้แน่น
  • Shopee / Lazada: ดีเรื่องทราฟฟิก แต่สงครามราคาโหด ต้องวางกำไรให้รอด
  • LINE: ปิดซ้ำ/ดูแลลูกค้า/ดันซื้อซ้ำดีที่สุด

กฎเจ้าของแบรนด์:
อย่าหวังยอดจาก “ช่องทางเดียว” และอย่าพึ่งแอดแบบ “เดา”

ตัวเลขขั้นต่ำที่ควรรู้:

  • กำไรขั้นต้นต่อออเดอร์ (หลังหักต้นทุนสินค้า/แพ็ก/ขนส่งบางส่วน)
  • ต้นทุนหาลูกค้า (CAC)
  • อัตราซื้อซ้ำ 30/60/90 วัน

5) สร้างระบบให้ “ซื้อซ้ำ” ตั้งแต่วันแรก

แบรนด์อาหารเสริมรวยจาก “ซื้อซ้ำ” ไม่ใช่ยอดครั้งเดียว

สิ่งที่ควรทำเลย:

  • หลังซื้อ 3 วัน: ส่งวิธีใช้ + ไกด์สั้น ๆ
  • หลังซื้อ 10 วัน: เช็กผลลัพธ์/ปัญหา/ความสม่ำเสมอ
  • ก่อนหมด 5–7 วัน: เตือนสต๊อก + เสนอแพ็กซื้อซ้ำ
  • สร้างคอมมูนิตี้เล็ก ๆ (ลูกค้าจริง) ให้เกิด UGC

จุดที่คนพลาดหนักในอาหารเสริม (และทำให้เหนื่อยฟรี)

เรื่องเอกสาร/ความน่าเชื่อถือ (สำคัญมาก)

คุณควรเดินให้ถูกกรอบของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตั้งแต่แรก โดยเฉพาะ “การสื่อสาร/โฆษณา/ฉลาก”
(ผมไม่ได้ให้คำปรึกษากฎหมาย แต่บอกในมุมเจ้าของแบรนด์ว่า ถ้าพลาด = เสียแบรนด์และเสียค่าแก้แพงมาก)

สิ่งที่ช่วยแบรนด์ดูโปรขึ้นทันที:

  • ฉลากอ่านง่าย ไม่ยัดคำ
  • ข้อมูลโภชนาการ/ส่วนประกอบชัด
  • ภาพ/คอนเทนต์ไม่โอเวอร์ ไม่ชวนโดนตีกลับ
  • หน้าเว็บมี “ความโปร่งใส”: ที่มา, วิธีผลิต, คำถามพบบ่อย, ช่องทางติดต่อชัด

เช็คลิสต์ “พร้อมขาย” แบบเจ้าของแบรนด์

A) สินค้า/ข้อเสนอ

  •  มี Hero product ชัด 1 ตัว
  •  มีแพ็กเริ่มต้นที่คนตัดสินใจง่าย
  •  รู้กำไรต่อออเดอร์แบบไม่หลอกตัวเอง

B) คอนเทนต์/การขาย

  •  มีคอนเทนต์ 15–30 ชิ้นพร้อมปล่อย (ก่อนยิงหนัก)
  •  มีหน้า Landing ที่ตอบคำถาม: “ทำไมต้องซื้อเรา”
  •  มีรีวิว/หลักฐานแบบตรวจสอบได้ (เริ่มจากล็อตเล็กก็ได้)

C) ระบบหลังบ้าน

  •  ตอบแชทมีสคริปต์/แนวทางเดียวกัน
  •  ระบบแพ็ก/ส่งไม่หลุด
  •  Flow ซื้อซ้ำ (Follow-up) ทำงานจริง

FAQ

  1. ขายอาหารเสริมต้องเริ่มจากสูตรหรือเริ่มจากตลาดก่อน?
  2. ทำไมแบรนด์อาหารเสริมส่วนใหญ่ยิงแอดแล้วไม่กำไร?
  3. มือใหม่ควรขายช่องทางไหนก่อน?
  4. ต้องมีเงินทุนเท่าไหร่ถึงเริ่มได้แบบปลอดภัย?
  5. ทำยังไงให้ลูกค้าซื้อซ้ำ?
  6. ของดีแต่ขายไม่ได้ มักติดปัญหาอะไร?
  7. ควรเริ่มด้วย SKU กี่ตัวถึงจะไม่พัง?
  8. ทำ Landing Page อาหารเสริมต้องมีอะไรบ้าง?
  9. ทำแบรนด์ให้ดูน่าเชื่อถือแบบไม่ต้องใช้ดารา ทำได้ไหม?
  10. ตัวเลขอะไรที่เจ้าของแบรนด์ต้องรู้ทุกสัปดาห์?

วางแผนสร้างแบรนด์อาหารเสริมให้คุ้ม — เลือกสารสกัดและสูตรที่ “ขายได้จริง”

กำลังคิดจะเริ่มต้นแบรนด์อาหารเสริมของตัวเองอยู่หรือไม่? ก่อนจะรีบเลือกสูตรหรือสารสกัด สิ่งสำคัญคือการวางแผนให้ “ตรงตลาด” และ “คุมตัวเลขได้” เพราะในความเป็นจริง การสร้างแบรนด์อาหารเสริมให้รอด ไม่ได้ชนะกันที่สูตรอย่างเดียว แต่ชนะกันที่ความเข้าใจลูกค้า ข้อเสนอ และระบบการขายที่ต่อยอดได้

ไม่ว่าคุณจะสนใจสารสกัดมาแรงอย่าง แอสตาแซนธิน, คอลลาเจน, กลูต้าไธโอน หรือวิตามินเฉพาะทาง การมีพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจทั้งตลาดและการผลิตจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก โดย iBio ให้บริการ ผลิตอาหารเสริม แบบครบวงจร ตั้งแต่การวางแนวคิดสินค้า เลือกสารสกัด ไปจนถึงการผลิตจริงในโรงงานมาตรฐาน เหมาะทั้งผู้เริ่มต้นและเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน

  • สายสุขภาพ & Anti-Aging: พัฒนาสูตรอาหารเสริมที่เน้นการดูแลระยะยาวและการต้านอนุมูลอิสระ เช่น แอสตาแซนธิน วิตามินอี และสารสกัดจากธรรมชาติ เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือและการซื้อซ้ำ
  • สายผิวพรรณ & ความงาม: สูตรบำรุงผิว เสริมรูทีนการดูแลตัวเอง ตอบโจทย์ตลาดอาหารเสริมผิวที่เติบโตต่อเนื่อง และสามารถต่อยอดเป็นแพ็กเกจหรือระบบการขายระยะยาวได้

หากคุณกำลังมองหา โรงงานผลิตอาหารเสริม ที่ไม่ได้แค่รับผลิตตามสั่ง แต่ช่วยคิดเชิงกลยุทธ์ตั้งแต่ต้น ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก iBio พร้อมช่วยคุณ ออกแบบสูตร เลือกสารสกัดที่เหมาะกับตลาด ดูแลเอกสาร อย. และวางแผนงบประมาณให้คุมต้นทุนได้จริง ด้วยบริการ รับผลิตอาหารเสริม (OEM) ที่ออกแบบมาเพื่อเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการเติบโตแบบไม่เผาเงิน